ย้อนรอยเครือข่ายของ เบน สมิธ และ ยิม เลียก ซึ่งตกเป็นข่าวดังระดับชาติจากการถูกตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ปปง. และ ก.ล.ต. บูรณา การเข้ายึด-อายัดทรัพย์สินสูงถึงกว่า 35,000 ล้านบาท ในคดีฟอกเงินข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายเทาข้ามแดน
มาทำความรู้จัก 2 ตัวละครหลักกันอีกครั้ง
นายเบน สมิธ (Benjamin Smith / เบนจามิน) ในสำนวนคดีถือเป็นตัวการใหญ่ผู้บงการและวางแผนการฟอกเงิน เขานักธุรกิจชาวออสเตรเลีย/ต่างชาติที่ได้รับสัญชาติกัมพูชา และเคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประธานวุฒิสภากัมพูชา (สมัยสมเด็จฮุน เซน) และมีคอนเนกชันกว้างขวางในระดับนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจทั้งในไทยและกัมพูชา ทั้งเคยปรากฏชื่อในรายงานข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับการเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมสินทรัพย์มูลค่าสูง เช่น เครื่องบินส่วนตัว ให้กับบุคคลระดับ VIP ในภูมิภาค และเคยยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทยในอดีต
ส่วน นายยิม เลียก (Yim Leak) บทบาทในเครือข่ายของเขาคือ ผู้ดูแลระบบธนาคาร กองทุนต่างประเทศ และช่องทางการเคลื่อนย้ายเงิน ยิม เลียก เป็นนักธุรกิจชาวกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพล เป็นบุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม B.I.C Group (เครือข่ายธุรกิจการเงิน-ธนาคารในกัมพูชา) และสมรสกับไฮโซสาวชาวไทย ทำให้มีเส้นสายและสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างแน่นปึ๊กในประเทศไทย
สำหรับพฤติการณ์และรูปแบบการฟอกเงิน จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไทยพบรูปแบบการกระทำความผิดที่มีความซับซ้อน ชั้นแรก ต้นทางเงิน เป็นเงินที่ได้จากการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สแกมเมอร์/คอลเซ็นเตอร์) ในกัมพูชาและต่างประเทศ ชั้นที่สอง การฟอกเงินผ่านระบบการเงิน โดยนำเงินฟอกผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศ (Offshore Funds) เพื่ออำพรางแหล่งที่มา และ ชั้นที่สาม ซุกทรัพย์สินในตลาดหุ้นไทย ด้วยการนำเงินที่ฟอกแล้วย้อนกลับเข้ามาลงทุนซื้อหุ้นบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เช่น หุ้น VGI, บางจาก (BCP), MFC) โดยใช้ตัวแทนอำพราง และกองทุนต่างประเทศปิดบังชื่อผู้รับผลประโยชน์แท้จริง
พฤติการณ์ดังกล่าว ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ซึ่งก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่ามีการถือหุ้นเกิน threshold (เช่น เกิน 25% ในกรณีหุ้น VGI) โดยไม่แจ้งรายงานและไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ เข้าข่าย Acting in Concert เพื่อเข้าครอบงำกิจการแบบอำพราง
ในการดำเนินการทางกฎหมาย ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในเครือข่าย รวมถึง เบน สมิธ และ ยิม เลียก ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และมีการอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์/บัญชีเงินฝากขณะเดียวกัน ปปง. ดำเนินการตามมาตรการทางแพ่ง ประกาศเปิดให้ผู้เสียหายจากคดีสแกมเมอร์ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์สินคืน.


