“ปานเทพ-คุณแม่” แจ้งความสภ.เมืองนนทบุรี ดำเนินคดี “กระติก” ใช้หลักฐานเท็จในคดี ด้าน “ขวัญ อุษามณี” ร่วมเป็นพยาน หลังภาพเรือตัวเองปรากฏในสำนวน
วันนี้ (2 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อม นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของ “แตงโม” ภัทรธิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์ ในฐานะผู้เสียหาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “กระติก” อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ ในข้อหานำหรืออ้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน โดยมี “ขวัญ“ อุษามณี ไวทยานนท์” เดินทางมาร่วมเป็นพยาน
นายปานเทพ เปิดเผยว่า วันนี้พาคุณแม่ของ “แตงโม” ในฐานะผู้เสียหาย กรณี “กระติก” นำภาพและเอกสารเท็จประกอบสำนวนในชั้นตำรวจและชั้นศาล ซึ่งมีภาพถ่าย เวลาประมาณ 20.32 น. คืนเกิดเหตุ อ้างว่ามีภาพ ”กระติก“ นั่งอยู่บนหัวเรือ และมีคนถ่ายภาพเป็น “แตงโม” ซึ่งไม่เป็นความจริง จริงแล้วคนถ่ายภาพเป็นน้องชายคุณดาด้า และโพสต์ภาพถ่ายลงระบบคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนั้นเรือของแตงโมและกระติก ยังไม่ถึงท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ใน จ.ปทุมธานี
ส่วนกรณีที่อ้างว่า “กระติก” อยู่บนหัวเรือ มีการตรวจสอบภาพพบว่าเป็น “ขวัญ อุษามณี” ซึ่งก็เดินทางมายืนยันว่าเป็นตัวเองในเวลาดังกล่าวแต่กลับถูกแอบอ้างมาใช้ในชั้นศาล ถือว่าครบองค์ประกอบ ทั้งนี้ นายเอกราช นามโภคิน มาช่วยพิสูจน์ภาพถ่าย 4 ภาพในโทรทัศน์มือถือของ “กระติก” พบว่ามีการตัดต่อ ลบภาพออกแล้วมาใส่ในข้อมูลโทรศัพท์ใหม่ ยังมีถ่ายภาพเวลา 22.13 น. ขากลับจากสะพานพระราม 8 “กระติก” อ้างว่า “แตงโม” ถ่ายภาพเดี่ยวให้และถูกนำมาใช้ในชั้นศาล ไม่ใช่ความจริง เพราะจริงเวลา 21.57 น. ซึ่งเช่นนั้นทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าขาไป “แตงโม“ มีภาพคู่ ”กระติก“ ส่วนขากลับภาพถ่าย ”กระติก“ เดี่ยวและ ”แตงโม“ ถ่ายภาพให้
นายปานเทพ เผยว่า คดีแจ้งความวันนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากภาพถ่ายเวลา 20.32 น. ไม่มีในสำนวน และคุณแม่แตงโมไม่เปลี่ยนทีมทนายความ ทำให้เข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาทีมงานมุ่งเน้นทำคดียื่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐจนยื่นฟ้อง ป.ป.ช. สำเร็จ ส่วนกรณีบุคคลทั่วไป เช่น ”กระติก“ พบหลักฐานว่าเอกสารในสำนวนเป็นเท็จ มีการนำภาพถ่ายจากคนอื่นมาอ้างว่าเป็น ”กระติก“ อยู่บนหัวเรือและมี “แตงโม” ถ่ายภาพให้ จึงเตรียมดำเนินคดี โดย “ขวัญ” ไม่เคยส่งภาพให้ “กระติก” เพราะไม่รู้จักกันเลย
นายปานเทพ เผยอีกว่า “ขวัญ” ได้โพสต์ภาพบนเรือใน IG แล้วเก็บเอาไว้จึงทำให้มีหลักฐาน ซึ่ง “ขวัญ” อยู่บนเรือจริงแต่อยู่คนละกลุ่มกับ “แตงโม” โดยมีการตรวจทางเทคโนโลยีแล้ว หลังจากนี้ ต้องรอ ป.ป.ช. มีความคิดเห็นอย่างไรเมื่อ ดีเอสไอ ส่งสำนวนพิจารณาเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าอาจมีผลกระทบเป็นลูกโซ่แน่นอน ส่วนการอุทธรณ์คดี ต้องดูกระดุมเม็ดแรก ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งตนไม่เห็นด้วยเพราะฉะนั้นจึงยื่นขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพบความผิดปกติทั้งกระบวนการ และหวังว่าอาจมีการรื้อฟื้นคดี หากพิสูจน์ว่าพยานหลักฐานเท็จ
นายปานเทพ ระบุต่อว่า ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐจะรู้หรือไม่ว่าเป็นการตัดต่อภาพ ต้องพิสูจน์ในชั้นศาล ว่าร่วมกระบวนการบิดเบือน หรืออาจถูกหลอกจากคนบนเรือ ซึ่งคุณกระติกต้องมาให้การด้วย นอกจากนี้ สำหรับกรณี พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม “พี่ยักษ์” ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน อาจเกี่ยวข้องกับคดีแตงโม ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ไม่เคยแจ้งผลสืบสวนในสำนวน ตนคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องอื่นเพราะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและตำรวจใหญ่
ด้าน ”ขวัญ“ อุษามณี กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะพยาน เพื่อมาพูดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง คดีพี่แตงโมถือว่าโชคดี มีคณะทำงานจากบ้านพระอาทิตย์ มาร่วมพิสูจน์ แต่เราเป็นเพียง 1 ในข้อมูลเท่านั้น ตนมาในฐานะลูกตำรวจ ไม่ได้มาเพื่อโจมตีใคร รวมถึง ตนเพิ่งทราบหลังจาก อ.ปานเทพ โทรมาหาว่ามีการนำภาพบนเรือที่ตนนั่งมาใช้ในสำนวนคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไม “ขวัญ” คนถึงไม่ออกมาพูดในคืนเกิดเหตุ ด้านเจ้าตัวชี้แจงว่า ไม่ใช่มีเรือแค่ 2 ลำในแม่น้ำเจ้าพระยา และเรือของตนไม่ได้อยู่ในการเชื่อมโยงของคดี แล้วเราไม่ทราบว่าเรือของเราจะอยู่ในสำนวน จนกระทั่ง อ.ปานเทพ โทรหา จึงต้องเดินทางมาเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นตำรวจน้ำดีผดุงความยุติธรรม


